ติดตาม Thaigunners ทาง Facebook Gunner Talk
เทพแดนแผลงฤทธิ์ ! ปืนได้โทษกังขา แต่ยังยิงเพิ่มอีกสอง อัดมิลาน 3-1 เข้า 8 ทีม
591
16-3-2018
11:26:07

เอซี มิลาน อุตส่าห์บุกออกนำก่อนจากลูกยิงไกลสุดสวยของฮาคาน ชัลฮาโนกลู แต่เหมือนไปแหย่ความเทพของแดนนี่ เวลเบ็คที่เรียกโทษและยิงตีเสมอในครึ่งแรก ก่อนที่ช่วงท้ายจะมาโขกฝัง 3-1 ให้อาร์เซนอลเข้ารอบ 8 ทีมยูโรป้า ลีก ไปด้วยสกอร์รวม 5-1


ยูโรป้า ลีก รอบ 16 ทีม นัดสอง
สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
พฤหัสบดีที่ 15 มีนาคม 2561
กรรมการ โจนาส อีริคส์สัน (สวีเดน)


อาร์เซนอล     3   :   1    เอซี มิลาน   (อาร์เซนอลเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-1)
                                    0-1 ฮาคาน ชัลฮาโนกลู 35'
1-1 แดนนี่ เวลเบ็ค 39' (Pen.)
2-1 กรานิต ชาก้า 71'
3-1 แดนนี่ เวลเบ็ค 86'

 

อาร์เซนอลเปลี่ยนผู้เล่นสองคนจากเกมแรกที่พวกเขาบุกชนะ 2-0 โดยได้เบเญรินและมอนเรอัลหายเจ็บกลับมายืนแบ็คซ้ายขวา โดยมีเวลเบ็คค้ำหน้าสนับสนุนโดยโอซิล,วิลเชียร์,มคิทาร๋ยาน,แรมซีย์,ชาก้า ส่วนมุสตาฟี่,กอสเซียลนี่คุมแนวรับ โดยมีออสปิน่าเฝ้าเสา

ฝั่งมิลานเปลี่ยนผู้เล่น 3 คนจากเกมนัดแรก โดยได้มอนโตลิโว่ยืนกลางพร้อมส่งซิลวา เป็นกองหน้าตัวจริงร่วมกับคูโตรเน่ มีซูโซ่,ชัลฮาโนกลูคอยปั้นเกม แนวรับมีโรมายอลี่,โบนุชชี,โรดริเกซ,บอรินี่ ส่วนดอนนารุมม่าเฝ้าเสาเช่นเคย

- อาร์เซน่อลไม่เสียประตู 5 จาก 7 เกมหลังสุดยูโรปา ลีก
- อาร์เซน่อลตอนนี้ไม่เสียประตูสองเกมติดเป็นครั้งแรกนับแต่เดือนธันวาคม
- มิลาน แพ้แค่เกมเดียวนับแต่คริสมาสต์ นั่นคือการแพ้อาร์เซนอลในเกมที่แล้ว

 

1'
ปืนเสียววาบ!มิลานทักทายแรง
เริ่มเกมมาไม่ทันไรมิลานทักทายแรงเลย จากจังหวะที่ซูโซ่ได้บอลหลุดขึ้นมาทางริมเส้นฝั่งขวาก่อนจ่ายตัดเรียดเข้ากลางให้ซิลวาได้ง้างยิงเน้นๆด้วยขวา บอลพุ่งแรงตุงข้างตาข่ายทำเอาแฟนบอลเจ้าถิ่นเสียววาบ
11'
ปืนงานงอก!พี่กอสเจ็บต้องส่งแชมเบอร์สลงแทน
ไม่ทันไรอาร์เซนอลต้องเสียโควต้าเปลี่ยนตัวคนแรก กอสเซียลนี่เจ็บในจังหวะโดดแย่งโหม่งกับโรมายอลี่ เขาฝืนเล่นต่อไม่ไหวทำให้เวนเกอร์ต้องส่งแชมเบอร์สลงไปเล่นแทน
23'
ผ่านครึ่งทางครึ่งแรกปืนครองได้มากกว่า
ผ่านครึ่งทางของครึ่งแรกเป็นอาร์เซนอลที่ครองบอลบุกได้มากกว่า แต่ยังไม่มีโอกาสเข้าทำจะแจ้ง ขณะที่มิลานสวนกลับก็ยังไม่ดีพอ ไปตายในจังหวะสุดท้าย
25'
เทพแดนกระชากซัดด้วยซ้ายติดน้องดอน
เวลเบ็คได้บอลในกรอบฝั่งซ้ายก่อนสับขาหระชากหนีโบนุลลี่เข้าซ้ายแล้วกดจากมุมแคบทันที บอลพุ่งแรงไปติดขาดอนนารุมม่าที่ออกมายืนปิดได้ดี
35'
ฮาคานตะบันเปรี้ยงหายตุงตาข่าย มิลานเฮนำ

ทำไปทำมาแฟนบอลทีมเยือนได้เฮกันลั่นเอมิเรตส์ เมื่อพวกเขาได้ประตูออกนำ 1-0 จากจังหวะที่โรดริเกซขึ้นมาทางฝั่งซ้ายแล้วฝากบอลให้ชัลฮาโนกลูจับแล้ววางเท้ายิงดิ้อๆจากระยะราว 30 หลาหน้ากรอบฝั่งซ้าย บอลพุ่งแรงเลี้ยวหนีมือออสปิน่าตุงตาข่ายอย่างสวยงาม
38'
เทพแดนเรียกโทษ!โรดริเกซเสียเหลี่ยมดึงล้ม
หลังจากเสียประตูไม่นานอาร์เซนอลเร่งเครื่องบุกอย่างหนักหวังเอาคืน แล้วมาได้จุดโทษจากจังหวะที่เวลเบ็ควิ่งทะลุหลุดรับบอลในกรอบฝั่งขวามุมมันไม่เหลือให้ยิงแล้วแต่โรดริเกซที่วิ่งตามมาดันเอามือไปเหนี่ยวเล็กน้อยทำให้เขาทิ้งตัวล้มทันที ผู้ตัดสินชั่งใจเล็กน้อยก่อนเป่านกหวีดชี้ไปที่จุดโทษ ทำเอาฝั่งมิลานโวยยกใหญ่
39'
เทพแดนลุกยิงเองไม่พลาด ปืนเจ๊า 1-1

แล้วเวลเบ็คก็ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารแปนิ่มๆไปทางซ้ายมือตัวเอง ดอนนามรุมม่าพุ่งผิดก่อนตุงตาข่ายให้อาร์เซนอลตีเสมอ 1-1 ทันที
45+1'
มิกกี้พุ่งโหม่งเข้าหน้าต่าง
อาร์เซนอลเกือบได้ประตูแซงนำจากจังหวะที่มอนเรอัลวางบอลเข้ากรอบฝั่งขวา เวลเบ็คไม่มีโอกาสยิงก่อนแตะกลับให้มคิทาร์ยานพุ่งโหม่งเน้นๆ แต่บอลหลุดเสาเข้าหน้าต่างไปนิดเดียว
45+2'
แจ็คกดเต็มข้อแต่ดอนน่ายังล้มปัดทัน
โอกาสน่าได้ประตูออกนำอีกครั้งของเจ้าถิ่น พวกเขาตัดบอลได้ที่กลางสนามก่อนที่วิลเชียร์จะได้โอกาสซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดแรงแต่ดอนนารุมม่ายังล้มตัวปัดไว้ได้
45+3'

ครึ่ีงแรกทั้งสองทีมเล่นกันอย่างสนุก เป็นมิลานที่ออกนำก่อนจากชัลฮาโนกลูก่อนที่เวลเบ็คจะเรียกโทษแล้วลุกยิงเองช่วยอาร์เซนอลตีเสมอ 1-1 กุมความได้เปรียบเป็นสองประตูตามเดิม


HALF TIME


48'
เคสซี่ได้ซัดเกือบเบียดเสา
เริ่มครึ่งหลังมามิลานเร่งเกมและได้โอกาสจบก่อนจากจังหวะที่เคสซี่เล่นกับซิลวาหน้ากรอบเขตโทษก่อนที่จะได้โอกาสสับด้วยซ้าย บอลพุ่งเรียดไปทางเสาสองแต่ออสปิน่ายังพุ่งปัดเอาไว้ได้
49'
แรมซีย์ยิงจ่อแฉลบบล็อค
อาร์เซนอลตอบโต้จากจังหวะที่เบเญรินได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบฝั่งขวาก่อนตบกลับให้แรมซีย์แต่งยิงเสาแรกแฉลบบล็อค แต่บอลยังตรงตัวดอนนารุมม่าที่เซฟเอาไว้ได้อีกครั้ง
51'
มิกกี้เอียงยิงติดดอนน่า,มุสตาฟี่โขกเตะมุมข้ามคาน
อาร์เซนอลบุกมาน่ากลัวอีกแล้ว บอลอยู่ที่เท้าโอซิลหน้ากรอบเขตโทษก่อนที่เขาจะดึงจังหวะไหลให้มคิทาร์ยานได้เอียงตัวยิงในกรอบฝั่งซ้ายแต่ก็ยังติดเซฟดอนนารุมม่าที่ปัดออกหลัง จากจังหวะเตะมุมต่อเนื่องของโอซิลเป้็นมุตาฟี่ที่ได้เทคโหม่งแต่บอลก็พุ่งข้ามคาน
54'
ซูโซ่ได้ตะบันด้วยซ้ายเบียดเสาออกหลัง
โอกาสของมิลานบ้าง จังหวะที่โรดริเกซขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนเปิดเข้ากลางแล้วติดผู้เล่นอาร์เซนอลที่สกัดไม่ขาด บอลมาเข้าทางปืนซูโซ่ที่ได้ตะบันจากริมกรอบเขตโทษแต่ก็พุ่งเรียดเบียดเสาออกไป
56'
โอซิลไหลเน้นๆ แรมแปลอยละลิ่ว
อาร์เซนอลบุกสวนขึ้นมาเป็นโอซิลที่ได้บอลในกรอบฝั่งขวามีเวลเบ็ควิ่งทะลุแต่เขาเลือกไหลกลับให้แรมซีย์วิ่งไปแปจากริมกรอบเน้นๆ แต่ดันหลุดคานไปไกล
59'
คูโตรเน่กระโดยิงท่าสวยแต่ไม่คม
มิลานได้โอกาสทองที่จะทำประตูที่สองในเกชมนี้ จังหวะที่ซิลวาได้บอลนอกกรอบฝั่งขวาก่อนจะบรรจงตักเข้ากลางให้คูโตรเน่กระโดดยิงอย่างสวยแต่ทิศทางไม่ดีพุ่งหลุดกรอบไปนิดเดียว
67'
คาลินิชลงมาเกือบโขกเฮ
มิลานเกือบได้ประตูที่สองอีกครั้ง โบนุชชี่ลากบอลสวนกลับขึ้นมาจากแดนตนเองก่อนเปิดโค้งเข้ากลางให้ตัวสำรองอย่างคาลินิชได้เทคโหม่งไปทางเสาสอง แต่ออสปิน่ายังล้มตัวรับไว้ได้
71'
ชาก้าตะบันหนัก,ดอนน่าปัดไม่ดีกลิ้งตุง 2-1

อาร์เซนอลมาได้ประตูออกนำ 2-1 คลายความกดดันจนได้ จากจังหวะที่ชาก้ารับบอลจากแรมซีย์แล้ววางเท้าซัดด้วยซ้ายจากนอกกรอบเขตโทษเกือบ 30 หลา บอลพุ่งแรงไปทางเสาฝั่งขวา ดอนนารุมม่าพุ่งไปถึงแถมปัดทันแต่บอลแรงและเหมือนเขาจะปัดไม่ดี ก่อนที่จะเด้งมาอีกฝั่งแล้วข้ามเส้นเข้าไป
77'
ซิลวาโหม่งแฉลบเกือบย้อยคาน
บอรินี่ครอสบอลจากทางฝั่งขวาเข้ากลางให้ซิลวาได้เทคโหม่งไปแฉลบมุสตาฟี่ บอลพุ่งจะย้อยเสียบใต้คานเหมือนกันแต่ออสปิน่ายังโดดปัดออกหลังไปได้
86'
เทพแดนเบิ้ล!โขกจ่อมีหรือจะพลาด

อาร์เซนอลมาได้ประตู 3-1 จากจังหวะที่เวลเบ็คแทงบอลให้วิลเชียร์หลุดถึงเส้นหลังฝั่งซ้ายก่อนทีเขาจะยกกลับเข้ากลางให้แรมซีย์โหม่งจ่อๆกลางประตูติดเซฟดอนนารุมม่า แต่บอลก็ลอยไปเข้าทางเวลเบ็คที่รอโหม่งซ้ำจ่อยิ่งกว่าเข้าประตูไปง่ายๆ
89'
ปืนไม่พอยังจะเอาลูกที่สี่
อาร์เซนอลยังคึกหวังจะเอาประตูที่สี่ในเกมนี้กะไม่ให้มิลานฟื้นเลยทีเดียว พวกเขาเล่นกันหน้ากรอบเขตโทษก่อนที่วิลเชียร์จะได้จังหวกระชากเข้าซ้ายแล้วปั่นทันที แต่บอลก็พุ่งเบียดเสาฝั่งซ้ายมือออกไป


จบเกมอาร์เซนอลเอาชนะไปได้ 3-1 รวมสองนัดเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 5-1 เป็นครั้งแรกที่พวกเขาชนะสองนัดในรอบน็อคเอาท์ฟุตบอลยุโรป ตั้งแต่ที่เคยชนะเหย้าเยือนเซลต้า บีโก้ ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายปี 2004

หรือ
เพื่อแสดงความคิดเห็น