ติดตาม Thaigunners ทาง Facebook Gunner Talk
เราทำได้ !! ปืนใหญ่ฟอร์มแจ่ม ยิงเรือล่ม 2-1 บี้จ่าฝูงเหลือ2แต้ม
2845
22-12-2015
05:07:10

การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม 2558
อาร์เซน่อล 2-1 แมนฯ ซิตี้


สนาม: เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม, (ลอนดอน, อังกฤษ)
 

          เปิดเกมครึ่งแรกมาท่ามกลางอุณหภูมิค่อนข้างเย็นแค่ 12 องศาเซลเซียส เท่านั้น เป็น เรือใบสีฟ้า ที่ทำเกมได้ดีกว่า มีโอกาสก่อนในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ จ่ายให้กับ แฟร์นานดินโญ่ ซัดด้วยขวาจากนอกเขตโทษบอลข้ามคานไป

          เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 23 แมนฯซิตี้ ได้โอกาสอีกครั้ง บาการี่ ซาญ่า ไหลให้กับ เควิน เดอ บรอยน์ ได้บอลทางกราบขวา ล็อคแล้วยิงด้วยซ้ายบอลจะเสียบเสาแรกอยู่แล้ว แต่ ปีเตอร์ เช็ก นายทวารอาร์เซน่อล ล้มตัวปัดออกหลังไปได้ทัน

          ผ่านมา 32 นาที เรือใบสีฟ้า มีโอกาสลุ้นต่อเนื่อง เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" ทำชิ่งให้กับ เควิน เดอ บรอยน์ ลากบอลหลุดเดี่ยวขึ้นมาทางด้านขวา ก่อนจะซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาสองไป

          ทว่านาทีต่อมา ไอ้ปืนใหญ่ ได้โอกาสครั้งแรกเป็นประตูขึ้นนำเลย จากจังหวะที่ เมซุต โอซิล ไหลสั้นๆให้กับ ธีโอ วัลค็อตต์ ได้บอลหน้ากรอบเขตโทษด้านซ้าย แต่งบอลเข้าในแล้วปั่นโค้งด้วยขวาบอลเสียบเสาสองเข้าไปอย่างงดงามช่วยให้ อาร์เซน่อล ขึ้นนำก่อน 1-0

          จากนั้นนาทีที่ 39 แมนฯซิตี้ ได้เตะมุม เควิน เดอ บรอยน์ โยนให้กับ ยาย่า ตูเร่ สะบัดโหม่งบอลเฉี่ยวเสาออกไป

          ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกนาทีที่ 45+1 เจ้าถิ่นมาได้ประตูที่สองจากจังหวะที่โต้กลับเร็วขึ้นมา เมซุต โอซิล พลิกตัวแล้วจ่ายออกมาทางกรอบเขตโทษด้านซ้ายให้ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ วิ่งสอดมายิงด้วยซ้ายมุมแคบบอลลอดหว่างขาของ โจ ฮาร์ท นายทวารแมนฯซิตี้ เข้าไปตุงตาข่ายช่วยให้ อาร์เซน่อล นำห่าง 2-0 เมื่อหมดครึ่งแรก และเป็นประตูที่ 10 ของชิรูด์ ในพรีเมียร์ ลีก ซีซั่นนี้

          กลับมาเล่นกันต่อในครึ่งหลัง เรือใบสีฟ้า ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นเป็นคนแรก ถอด ฟาเบียน เดลฟ์ ออกแล้วให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ลงมาเล่นแทน

          ทัพเรือใบได้ลุ้นก่อนในนาทีที่ 55 อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ โยนให้กับ เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ ได้โหม่ง แต่ไม่ผ่านมือของ ปีเตอร์ เช็ก นายทวารอาร์เซน่อล

          สามนาทีต่อมา แมนฯซิตี้ ได้ลุ้นต่อเนื่อง เควิน เดอ บรอยน์ โยนฟรีคิกจากทางกราบขวาให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" ขึ้นโหม่งไม่ผ่านมือของ ปีเตอร์ เช็ก แต่จังหวะนี้ผู้ตัดสินเป่าเป็นลูกล้ำหน้าของ อเกวโร่ กุน ไปก่อนแล้ว

          หนึ่งชั่วโมงของเกมการแข่งขัน อาร์เซน่อล สวนเร็วขึ้นมาทาง โฮเอล แคมป์เบลล์ สไลด์ให้ อารอน แรมซี่ย์ หลุดไปยิงด้วยขวาติดเซฟของ โจ ฮาร์ท นายทวารแมนฯซิตี้ ก่อน บาการี่ ซาญ่า มาช่วยสกัดออกหลังไปได้ทัน

          ถัดมานาทีที่ 61 แมนฯซิตี้ ต้องเปลี่ยนเอา เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" ที่มีอาการบาดเจ็บออกมาพักแล้วส่ง วิลฟรีด โบนี่ ลงมาเล่นกองหน้าแทน

          หกนาทีให้หลัง เรือใบบุกต่อ ยาย่า ตูเร่ หยอดให้กับ วิลฟรีด โบนี่ โหม่งในกรอบเขตโทษบอลหลุดเสาไป

          ล่วงเลยมานาที่ที่ 73 แมนฯซิตี้ บุกมาทาง เดอ บรอยน์ จ่ายให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ยิงด้วยขวาจากนอกกรอบเขตโทษติดเซฟของปีเตอร์ เช็ก

          สองนาทีต่อมา นาบาส ที่ลงมาเป็นสำรองของแมนฯซิตี้ โยนให้กับ วิลฟรีด โบนี่ โหม่งติดเซฟของ ปีเตอร์ เช็ก

          นาทีที่ 82 ทีมเยือนมาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะที่ บาการี่ ซาญ่า จ่ายบอลเข้าไปหน้าประตูให้ ยาย่า ตูเร่ แปด้วยซ้ายบนเส้นเขตโทษ บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมสุดสวยชนิด ปีเตอร์ เช็ก ได้แต่ยืนมอง แมนฯ ซิตี้ ไล่มาเป็น 1-2

          เวลาที่เหลือทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้อีก ครบ 90 นาที อาร์เซน่อล เปิดรังชนะไป 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญ รั้งอันดับสองของตาราง ไล่จี้ เลสเตอร์ จ่าฝูงเหลือแค่ 2 แต้มเท่านั้น

 


          รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

          อาร์เซน่อล : ปีเตอร์ เช็ก - เอคตอร์ เบเยริน, โลร็องต์ กอสซิแอลนี่, แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, นาโช่ มอนเรอัล - มาติเยอ ฟลามินี่ - โฮเอล แคมป์เบลล์ (คีแรน กิ๊บบ์ส น.70), อารอน แรมซี่ย์, เมซุต โอซิล (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.76), ธีโอ วัลค็อตต์ (คาลั่ม แชมเบอร์ส น.88) - โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์
          สำรองไม่ได้ใช้: ดาวิด ออสปิน่า (ผู้รักษาประตู) - กาเบรียล เปาลิสต้า, อเล็กซ์ อิโวบี้, เจฟฟ์ ไรน์-อเดเลด 

          แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท - บาการี่ ซาญ่า, เอเลียควิม ม็องกาล่า, นิโคลัส โอตาเมนดี้, อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ - แฟร์นานดินโญ่, ยาย่า ตูเร่ - ดาบิด ซิลบา (เฆซุส นาบาส น.73), เควิน เดอ บรอยน์, ฟาเบียน เดลฟ์ (ราฮีม สเตอร์ลิ่ง น.46) - เซร์คิโอ อเกวโร่ "กุน" (วิลฟรีด โบนี่ น.61)
          สำรองไม่ได้ใช้: วิลลี่ กาบาเยโร่ (ผู้รักษาประตู) - กาแอล กลิชี่, มาร์ติน เดมิเคลิส, เคเลชี่ อิเฮียนาโช่

          ผู้ตัดสิน: อันเดร มาริเนอร์

หรือ
เพื่อแสดงความคิดเห็น