ติดตาม Thaigunners ทาง Facebook Gunner Talk
เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ "ผมเกลียด เวนเกอร์"
672
19-1-2018
12:45:00

"ผมเกลียด เวนเกอร์" คำพูดสั้นๆ แต่ได้ใจความจากปากของ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ กองหน้าชาวโตโก ที่ประกาศตัวอย่างชัดเจนว่าไม่คิดเผาผี อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่อาร์เซน่อล ทั้งๆ ที่ กุนซือชาวฝรั่งเศส เป็นคนปลุกปั้นให้เขากลายเป็นหัวหอกชั้นนำในวงการลูกหนังแท้ๆ


ดาวยิงเลือดโตโก ย้ายจาก โมนาโก มาเล่นให้ "ไอ้ปืนใหญ่" ในปี 2006 และเจ้าตัวพัฒนาฝีเท้าจนกลายเป็นกองหน้าขวัญใจ "เดอะ กันเนอร์ส" อย่างไรก็ตามแฟนบอลต้องช็อกเมื่อ อเดบายอร์ ตัดสินใจโบกมือลาต้นสังกัดเพื่อไปเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในปี 2009

    
"อเด" ที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับอิสตันบูล บาซัคเซฮีร์ สโมสรในลีกตุรกี เปิดใจว่า "(โชเซ่) มูรินโญ่ เป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่ผมรักมากๆ และยังคงรักอยู่เสมอ เขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่มีความซื่อสัตย์จริงใจที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมาตลอดอาชีพนักเตะ ซึ่งมันบ้ามากๆ เพราะมีผู้จัดการทีมมากมายที่มีนิสัยโกหกตอแหล"

    
"ยกตัวอย่างง่ายเลย ผมเคยพูดคุยกับ อาร์แซน เวนเกอร์ ที่ออฟฟิศของเขาตอนที่เขาบอกกับผมว่าผมต้องย้ายทีม เพราะเขามองไม่เห็นอนาคตของผมกับอาร์เซน่อลอีกต่อไป ผมต้องก้าวเดินต่อไป ผมตอบไปว่า -ผมจะอยู่ต่อ- เขาก็บอกว่า -เราไม่มีตำแหน่งให้นายอีกแล้ว นายจะย้ายทีม หรือจะอยู่ที่นี่ และไม่ได้ลงเล่นแม้แต่เกมเดียวล่ะ-"


"แน่นอนว่าผมไม่มีทางเลือกมากไปกว่าการย้ายไปเล่นกับ แมนฯ ซิตี้ ซึ่งผมมีความสุขมากๆ ที่ได้ย้ายไปเล่นที่นั่น และในวันต่อมาตอนที่ผมย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ วิตี้ ผมได้เห็นเขานั่งแถลงข่าวในลอนดอน แล้วก็พูดว่าผมอยากย้ายทีมเพราะต้องการเงินเยอะๆ และอะไรอีกหลายๆ อย่าง นับตั้งแต่วันนั้นความเกลียดชัง อาร์เซน่อล ก็ปะทุขึ้นมาในใจของผม"

    
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแฟนบอล เพราะแฟนบอลที่นี่เป็นกลุ่มแรกที่ร้องเพลงชื่อผมในลอนดอน แม้ในปัจจุบันเมื่อไหร่ก็ตามที่ผมดูพวกเขาเล่น ผมอยากเห็นพวกเขาชนะ แต่ในขณะเดียวกันผมก็อยากให้พวกเขาแพ้เช่นกัน เพราะความโกรธความเกลียดจังมันยังมีอยู่ล้นในหัวใจของผม"

    
สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ไม่เคยลืมจังหวะที่ อเดบายอร์ ตอบโต้เสียงโห่ของพวกเขาในแมตช์ที่ อาร์เซน่อล พบกับ แมนฯ ซิตี้ ในเดือนกันยายน 2009 เมื่อเจ้าตัวยิงประตูได้ และวิ่งเป็นบ้าเป็นหลังพร้อมกับสไลด์เข่าต่อหน้าแฟนบอลทีมเก่าที่เคยร้องเพลงชื่อเขา

 


สำหรับกรณีนี้ หัวหอกวัย 33 ปี ได้อธิบายว่า "ตอนนั้นมีอะไรผ่านเข้ามาในหัวของผมนะเหรอ ? มันก็เหมือนกับนักโทษได้ออกจากคุก มีอิสรภาพ ผมเล่นให้กับสโมสรมานาน 3 ปีครึ่ง พวกเขาดึงผมมาร่วมทีมในราคาแค่ 3-4 ล้านปอนด์ (ราว 135-180 ล้านบาท) และขายผมได้ในราคา 27 ล้านปอนด์ (ราว 1,215 ล้านบาท) แต่พวกเขายังตราหน้าผมว่าผมทิ้งทีมเพื่อเงินอีกเหรอ ?"

    
"คุณซื้อผมมาในราคาแค่ 3 ล้านปอนด์ ผมมีสัญญา 5 ปี และคุณปล่อยผมไปในราคามากกว่า 20 ล้านปอนด์ (ราว 900 ล้านบาท) และยังมีหน้ามาบอกว่าผมเป็นคนทิ้งทีมเพื่อเงิน และกล่าวหาผมมาตลอด  คุณด่าว่าดูถูกผมได้ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่อย่ามาด่าพ่อแม่ผม ผมรับไม่ได้กับเรื่องแบบนี้ ดังนั้นนี่เป็นการแสดงให้พวกเขได้เห็นว่าคนที่คุณด่าว่าดูถูกสามารถทำอะไรเด็ดๆ ได้อีกเพียบ"

    
ยังไม่หมดแค่นั้น อเดบายอร์ ยังได้เปรียบเทียบ เวนเกอร์ เหมือนครู ส่วน "เฮียมู" เป็นพวกพร้อมทำทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้แชมป์ "มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่อยากคว้าแชมป์ไม่สำคัญว่าจะได้มันมาแบบไหน แม้ว่าเขาจะใช้แผนอุดแบบเอารถบัส, รถไฟ หรือเครื่องบินมาขวางหน้าประตูก็ตาม"

    
"เขาก็แค่ต้องการชนะ และพร้อมทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้แชมป์ เขาไม่ค่อยนอนเลย เขามักจะทำงานตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อที่จะนำชัยชนะมาให้กับทีม ขณะที่ อาร์แซน เป็นพวกนิยมปั้นเด็ก และพร้อมให้โอกาสพวกเขาเพื่อที่จะได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นนำในอนาคต เขาเป็นเหมือนกับครูซะมากกว่า"

 


นอกจากนี้ หัวหอกโตโก ยอมรับว่าเคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้วหลายครั้ง เพราะเบื่อหลายที่คนในครอบครัวเห็นแก่เงิน และหวังกอบโกยจากเขาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  "ผมรู้สึกอยากฆ่าตัวตายหลายครั้ง ผมเก็บเรื่องพวกนี้เอาไว้มานานหลายปี ผมรังเกียจที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ตอนนี้ผมรู้สึกโล่งสุดๆ ที่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ อาชีพนักฟุตบอลของผมคงจะจบลงในอีก 3-4 ปีข้างหน้า แต่ตรงข้ามกับครอบครัวของผมที่จะยังคงอยู่กับผม ซึ่งผมต้องอยู่ร่วมกับผู้คนเหล่านี้"

    
"มีหลายๆ เรื่องที่ยากจะทนเมื่อคุณต้องทำงานหนักเพื่อที่จะเลี้ยงดูครอบครัวของคุณซึ่งยากจนมากๆ แต่พวกเขายังคิดที่จะเป็นศัตรูกับคุณ ผมบอกกับน้องชายของผมเสมอว่าเราต้องทำให้ครอบครัวของเราดีขึ้น แต่บ่อยครั้งที่ผมเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เพื่อไม่ให้ครอบครัวของผมติดต่อผมได้"

     
"พวกเขาโทรหาผม ไม่ได้เพื่อถามว่าผมสบายดีไหม เป็นยังไงบ้าง แต่พวกเขาต้องการเงิน มีครั้งหนึ่งที่เกิดเรื่องแบบนี้หลังจากที่ผมได้รับบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่าขณะที่เล่นให้กับท็อตแน่ม พวกเขาโทรมาหาผมขณะที่ผมกำลังเข้ารับการสแกนเพื่อจะถามผมว่าผมมีเงินที่จะจ่ายค่าเทอมให้เด็กๆ ไหม อย่างน้อยสิ่งแรกที่ควรถามผมก็คือผมเป็นยังไงบ้างก่อนคุณจะมาขอเงินแบบนี้!" 

หรือ
เพื่อแสดงความคิดเห็น