ติดตาม Thaigunners ทาง Facebook Gunner Talk
ARSENAL AGM 2017 - ประชุมใหญ่ที่โหวกเหวกและวังเวงของกันเนอร์ส
157
31-10-2017
13:58:11

วันนั้นของปีสำหรับแฟนปืนใหญ่และบอร์ดบริหารมาถึงอีกแล้ว โอกาสเดียวของตัวแทนแฟนบอลที่จะได้จัดหนักถึงห้องประชุมเอมิเรตส์ - เรามารีแคปกันที่นี่

12 เดือนผ่านไปไวเหมือนโกหก ที่สโมสรอาร์เซนอล ได้เวลาประเพณีล้อมโต๊ะปืนใหญ่กันอีกแล้ว หลังจากร้างราถ้วยพรีเมียร์ลีกมากว่า 13 ปี และผลงานที่แสนจะกระอักเลือดในซีซั่นที่แล้ว การลงไปเล่นยูโรป้าลีก การถูกคู่แค้นอย่างสเปอร์สจบอันดับที่สูงกว่า นี่คือช่วงเวลาที่จะมาสะสางกันในห้องประชุม 

และแม้ว่าผลงานในนัดก่อนการประชุมอย่างเกมที่ชนะเอฟเวอร์ตัน 5-2 จะเป็นตัวช่วยให้บรรยากาศดีขึ้นนิดหน่อย ทว่าบอร์ดบริหารและอาร์แซน เวนเกอร์ ยังมีคำถามที่น่ากุมขมับรออยู่เพียบในการประชุมประจำปีครั้งนี้

 

สำหรับหลายท่านที่ยังตามไม่ทันว่าอะไรคือ AGM?

AGM ย่อมาจาก Annual General Meeting หรือการประชุมสามัญประจำปีของสโมสร ที่มีตัวแทนจากหลายฝ่ายเข้าร่วมพูดคุยถึงผลงานที่ผ่านมา แนวทางที่จะเป็นไป อะไรห่วย อะไรแย่ นี่คือโอกาสได้ถกกันซึ่งๆ หน้าในรอบปี โดยมีทั้งบอร์ดบริหาร ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ และตัวแทนแฟนคลับสโมสรเข้าร่วมประชุม ที่จะไล่ถกกันไปตั้งแต่เรื่องความคุ้มค่าของการซื้อตัว, ผลงานในฤดูกาลที่ผ่านมา, ราคาตั๋วเข้าชม หรือแม้แต่รสชาติเบียร์ที่เอามาขายในสนาม โดยในปีนี้ จัดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา


ทำไมต้องอาร์เซนอล?

ขณะที่สโมสรต่าง ๆ เช่นเชลซีและแมนเชสเตอร์ซิตี้ซึ่งเป็นเจ้าของโดยเอกชน อาร์เซนอลยังคงบริหารงานในรูปแบบบริษัทมหาชน ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีหน้าที่ต้องเผยแพร่บัญชีและจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในแต่ละปีเพื่อให้ผู้ถือหุ้นและคณะกรรมการสโมสรได้รับทราบ พูดคุย (และด่าทอ) กัน

ในทางทฤษฎีโครงสร้างนี้ทำให้แฟนๆ หัวใจปืนใหญ่ทั้งหลายสามารถถือหุ้นในสโมสรได้ แต่ในความเป็นจริง เค้กก้อนโตที่ชื่ออาร์เซนอลตกเป็นของ 2 หุ้นใหญ่ ถึง 97.1% - อันได้แก่อภิมหาเศรษฐีชาวอเมริกันอย่าง สแตน โครเอนเก้ ในนาม โครเอนเก้ สปอร์ต แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ พ่อฟาดไป 67.05% ขณะที่อีกรายเป็นของเฮียอลิเชอร์ อุสมานอฟ นายทุนชาวอุซเบเจ้าของบริษัท เรด แอนด์ ไวท์ โฮลดิ้ง ที่ครองอยู่ 30.04%

อ่าว แล้วอีก 2.9% ล่ะ?

อีก 2.9% เป็นของกลุ่มแฟนคลับตั๋วปี สมาชิกของสโมสรกว่า 1,000 ชีวิต ที่ตั้งกลุ่มของพวกเขาเองในนาม Arsenal Supporters Trust หรือ AST เพื่อมีสิทธิ์มีเสียงและเป็นกระบอกโฆษกในนามแฟนคลับ ที่จะคอยตั้งคำถามและสอดส่องการทำงานของท่านๆ บอร์ดบริหารสโมสรในรอบปีนั่นแล

 

โอเค ทีนี้มาพูดถึงบรรยากาศในปีนี้กันครับ..


แทบจะทุกๆ ปี บอร์ดบริหารของอาร์เซนอลพยายามที่จะเปิดประเด็นด้วยการทำความเข้าใจกับกลุ่มแฟนบอลอย่าง AST ว่าด้วยจำนวนเงินที่เข้ามาสู่สโมสร ว่ามันหายไปไหนบ้าง เริ่มต้นที่การนำไปซื้อนักเตะ, พัฒนาทีมเยาวชน, พัฒนาสาธารณูปโภคให้กับอะคาเดมี และอื่นๆ อีกมากมาย

คำถามแรกของปีนี้จากกลุ่ม AST หลังจากได้เห็นตัวเลข 9 ล้านปอนด์โชว์หราบนพรีเซ็นเทชันในหมวด “ค่าใช้จ่ายอื่นๆ” ตัวแทนคนหนึ่งยืนขึ้นถามว่ามันคือค่าอะไร? และอิวาน กาซิดิส ผู้อำนวยการสโมสรและหนึ่งในบอร์ดบริหารก็เป็นคนตอบคำถามแรกนี้

 

“มันคือค่าการพัฒนาฟุตบอลด้านอื่นๆ อุปกรณ์ บำรุงสถานที่สโมสร และทีมฟุตบอลหญิง” ซึ่งคำตอบสั้นๆ เพียงแค่นี้ ก็แน่นอนว่าสร้างบรรยากาศที่มาคุขึ้นมาขนาดย่อมๆ ในห้องประชุมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

ถัดมาเป็นคราวของกุนซืออย่างเวนเกอร์ ที่ขึ้นชี้แจงถึงผลงานในรอบปีที่ผ่านมา แน่นอนเขากำลังอยู่ภายใต้ความกดดัน จากการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่ของต้นสังกัด แต่เจ้าตัวยังยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการทำงานเสมือนที่เคยเป็นมาตลอด

“ผมทุ่มเททั้งชีวิต 99% เพื่อให้พวกคุณ (แฟนคลับ) มีความสุข” เขาเริ่มกล่าวผ่านไมโครโฟนในห้องประชุม “แต่สำหรับเราในทุกวันนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย”

“เราคือตัวแทนของสโมสรที่ทรงคุณค่า ผมอยากให้ทุกคนหนุนหลังทีม เราพร้อมที่จะมาดูและยอมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจบซีซัน แต่ตอนนี้ผมอยากให้ทุกคนช่วยกันซัพพอร์ตอาร์เซนอล” เขาเสริมต่อ “ผมยังมีความกระหาย มีคำมั่นสัญญาที่มันยิ่งใหญ่ขึ้นมาก ผมตั้งคำถามถึงตัวผมเองเสมอ และคุณไม่ต้องกังวล ผมจะประเมินตัวเองทุกครั้งว่าผมควรจะอยู่จุดไหน?”

 

ไม่ได้ทำให้บรรยากาศดีขึ้น ....

ตัวแทนแฟนคนหนึ่งลุกขึ้นถามถึงความเป็นไปได้ที่จะคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ ทั้งในพรีเมียร์ลีกและฟุตบอลยุโรปในยูโรป้าลีก

กาซิดิสกล่าวช่วยเวนเกอร์ทันทีว่า “เรามีสภาพทางการเงินที่พร้อมสรรพ สำหรับการสรรหานักเตะคนใหม่ตามที่ผู้จัดการทีมต้องการและเล็งเห็นว่าสำคัญ ซึ่งพวกคุณจะเห็นได้จากในระยะหลังที่ผ่านมา”

“เราจ่ายเงินไปกว่า 200 ล้านปอนด์ในรอบ 3 ปีนี้” ซีอีโออาร์เซนอลกล่าว

“ผมเข้าใจว่าเรายังไม่อยู่ในจุดที่เราต้องการ แต่อย่างน้อยเราก็ไม่ได้นิ่งเฉยกับมัน”หลังกล่าวจบ แฟนอาร์เซนอลบางส่วนเริ่มตั้งคำถามขึ้นอีกเกี่ยวกับคำพูดคลาสสิคของกาซิดิส ที่เคยกล่าวไว้ว่าอาร์เซนอลกำลังจะเป็นทีมใหญ่เช่นเดียวกับบาเยิร์น มิวนิค ซึ่งบอสใหญ่สโมสรปืนโตตอบว่า “มันง่ายมาก ที่จะเปรียบเทียบคุณค่าของสโมสรด้วยเรื่องของตัวเลข อันดับตารางคะแนน การซื้อตัวนักเตะ หรือถ้วยแชมป์”

“แต่ไม่มีสโมสรไหนที่มีจะชนะและอยู่อันดับ 1 ตลอดไป ซึ่งถ้าคุณดูจากมาตรฐานของอาร์เซนอล ที่ยังคงอยู่ในระดับท็อป เราเรียกสิ่งนี้ว่าสโมสรใหญ่ได้” กาซิดิสอธิบายเพิ่มท่ามกลางเสียงโห่ของกลุ่มตัวแทนแฟนบอลที่เริ่มรุนแรงขึ้น

“สโมสรเรายังมีสถานการณ์ที่ดีมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ผมเข้าใจดีถึงสถานการณ์ที่เป็นอยู่ และเห็นด้วยว่าเราต้องทำให้ดีขึ้นอีก”

อย่างไรก็ดี เมื่อมีคำถามถึงอนาคตของผู้จัดการทีมอย่างเวนเกอร์ กาซิดิสตอบว่า “เราเรียนรู้จากประสบการณ์ของเราเสมอ และ ณ ขณะนี้ อาร์เซนอลกำลังจะเดิมพัน 2 ปีกับความเชื่อและประสบการณ์ของผู้ที่น่าจะเข้าใจธรรมชาติของเราที่สุด นั่นก็คืออาร์แซน เวนเกอร์”

ถึงกระนั้น เขาก็เลี่ยงที่จะตอบคำถามว่าหลังจากสิ้นสุดสัญญา สโมสรและเวนเกอร์จะเป็นอย่างไรต่อไป

 

อเล็กซิส ซานเชซ กับ เมซุต โอซิล...


“แล้วเรื่องอเล็กซิส กับ โอซิลล่ะ?” แฟนคนหนึ่งโพล่งขึ้นกลางที่ประชุมด้วยเสียงที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นไปอีก

“วิกฤติศรัทธาที่เราเจอมาครั้งใหญ่ คือสมัยที่เราตัดสินใจขายโรบิน ฟาน เพอร์ซี ในปีสุดท้ายของสัญญาเขา” กาซิดิสจับไมค์อธิบาย “มันคือการตัดสินใจที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งของพวกเรา กับการโดนตราหน้าว่าทำธุรกิจเพื่อเงินมากกว่าฟุตบอล”

“เช่นเดียวกันกับตอนนี้ สถานการณ์ของอเล็กซิส และ โอซิล” เขากล่าว “แต่เวลานี้ สโมสรมีสถานะทางการเงินที่แข็งแรงกว่าเมื่อก่อนมาก มันจึงแตกต่างไป”

“แต่ผมคิดว่าเราอยู่ในขั้นตอนของการประเมินว่าอะไรจะดีที่สุดสำหรับสโมสร ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น เขาทั้งสองคนยังเป็นนักเตะของเรา และเราจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างชัดเจนแน่นอน”

คุณค่าความหมายของ AST ยิ่งถูกเขย่ารุนแรงเมื่อถึงคิวของการลงคะแนนเลือกตัวบอร์ดบริหาร เซอร์ชิพส์ เคสวิค ประธานวัย 77 ปีที่ถูกกลุ่ม AST โหวตคัดค้าน กลับได้รับเลือกจากคะแนนเสียงของกลุ่มโครเอนเก้/อุสมานอฟ ให้ดำรงตำแหน่งต่อไป เช่นเดียวกับ จอช โครเอนเก้ ลูกชายผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ยังคงมีตำแหน่งงานอยู่เช่นเดิม

 


ถามมา ตอบไป ? ...

ขณะที่การประชุมใกล้จบลงด้วยความไม่สบายใจนักของฝั่งแฟน ถึงเวลาของเซอร์ ชิพส์ เคสวิค ในฐานะประธานสโมสร จะกล่าวสรุปและเปิดโอกาสให้พี่น้องชาวปืนได้ซักถามพอเป็นพิธี นั่นกลายมาเป็นจุดพีคของงาน เมื่อแฟนคลับหญิงรายหนึ่งลุกขึ้นถามในคำถามสุดเจ็บว่า “เมื่อไหร่บอร์ดบริหารจะถึงคราวเปลี่ยนแปลงบ้าง?”

ไม่รู้ว่าแกล้งหูทวนลมหรือไม่ เซอร์ชิพส์กล่าวสั้นๆ เพียงว่า “ขอบคุณสำหรับคำถาม คนต่อไปเชิญ”

กลายเป็นชนวนให้แฟนทั้งห้องโห่และส่งเสียงแสดงความไม่พอใจอย่างหนัก ขณะที่ผู้หญิงคนเดิมถามคำถามเดิมซ้ำ ประธานสโมสรก็เลือกที่จะเมินเฉยอีกครั้ง


“เราทุกคนแสดงถึงความเคารพต่อพวกคุณมาตลอดการประชุม ผมต้องการเพียงแค่บางส่วนจากคุณเท่านั้น ถ้าจะกรุณา...” ท่ามกลางความไม่พอใจอีกครั้ง

“ทำไมหุ้นใหญ่โครเอนเก้ถึงไม่แสดงความคิดห่าอะไรบ้างเลยตลอดการประชุมล่ะ?”แฟนสุดเดือดคนหนึ่งกล่าวถึงเจ้าของหุ้นเบอร์หนึ่งของสโมสร

“เขาไม่จำเป็นต้องพูด ถ้าคุณอยากรู้อะไรก็ไปหาอ่านเอาตามหนังสือพิมพ์ พวกนั้นเขียนไว้หมดแล้วนี่” อีกครั้งที่เซอร์เคสวิคทำให้ทุกอย่างแย่ลงไปอีก

“ผมขอยุติการประชุมเท่านี้แหละ ถ้าพวกคุณมีปัญหามากกว่านี้ ก็ขอให้ร้องเรียนเป็นลายลักษณ์อักษรมา” เขาปิดการประชุมด้วยน้ำเสียงเย็นชา ทุกอย่างดูอื้ออึง และมันจบคล้ายๆ ทุกปีที่ผ่านมา

...


บทสรุปอันค้างคา ...

นี่คือการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2017 ของสโมสรอาร์เซนอล ในห้องประชุมที่อากาศหนักอึ้ง บรรยากาศมึนตึงระหว่างฝ่ายบริหารกับแฟน ๆ ยังคงเขม็งเกลียว อาร์แซน เวงเกอร์ ยังเป็นชายที่แฟน ๆ ทั้งรักทั้งชังต่อไป

ในระหว่างแถลงยาวเหยียด เวงเกอร์พยายามเรียกร้องให้แฟน ๆ ให้คุณค่ากับอดีตที่มีความหมาย และอนาคตที่มีรากฐานจากสิ่งนี้บ้าง แทนที่จะเอาทุกอย่างให้ดีให้สวยใน 'ปัจจุบัน' ทันทีเพียงอย่างเดียว

"มันต้องเป็นตรงนี้เดี๋ยวนี้เสมอ และเป็นอยู่ตลอดไป ปัจจุบันคือถาวร การตัดสินคือถาวรและตลอดไป ในสังคมเองก็เช่นกัน คุณดู Brexit ก็ได้ มันคือเดี๋ยวนี้ตอนนี้ แต่เราจะไปทางไหนกันล่ะ? ไม่มีใครรู้จริง ๆ หรอก อาจจะดี อาจจะแย่ ผมก็ไม่รู้" นายใหญ่มาดละมุนยกเอาเหตุการณ์ขอแยกตัวจากสหภาพยุโรปของอังกฤษมาเป็นตัวเทียบ

"แต่ไม่มีใครอธิบายเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตถ้าเราทำแบบนั้น ดังนั้นที่ผมคิดเกี่ยวกับสโมสรก็คือ คุณค่าต้องมาก่อน ผมรู้ว่าไม่มีใครแคร์เรื่องนี้แล้วล่ะ"

"สิ่งที่ผมชอบเมื่อมาถึงอังกฤษ คือน้ำหนักของอดีตมันมีอยู่ คุณสัมผัสได้ว่ามันสำคัญ

"วิวัฒนาการของสังคมสมัยใหม่ ทำให้น้ำหนักของปัจจุบันมาก่อนอดีตและอนาคตเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสโมสรฟุตบอลหรือเรื่องอะไรก็ตาม คุณต้องรักษาสมดุลให้ได้"


สรุปอีกที...

พูดก็พูด ไม่มีอะไรใหม่จากกุนซือรุ่นครูของกันเนอร์สในวันนี้ คนเดียวกับที่เข้ามาจุดประกายให้แฟน ๆ เชื่อว่า พวกเขามีศักยภาพพอจะก้าวไปสู่ความเป็นเต้ยยุโรปอย่างบาเยิร์น มิวนิค คนเดียวกับที่พาทีมเข้าใกล้แชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ลีก แค่เอื้อม(จะเอื้อมใกล้หรือเอื้อมห่างก็นับว่าได้เอื้อมอยู่ทุกปี - จนปีนี้) เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก้าวขึ้นมาเป็นทีมอังกฤษระดับยูโรเปียน แทนที่ลีดส์ ยูไนเต็ด, นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด แต่อาร์เซนอลยังอยู่ ไม่ไปไหน ไม่สูงขึ้น แต่ก็พูดไม่ได้เต็มปากว่าถอยลง

เป็นอีกครั้งที่เวงเกอร์เรียกร้องให้แฟน ๆ มองย้อนอดีต มองไกลไปในอนาคต แล้วพอใจกับปัจจุบันเสียดี ๆ - คำถามคืออดีตที่เวงเกอร์พูดถึงนั้นอยู่ไกลถึงไหน และอนาคตที่หวังไว้ เมื่อไหร่จะไปถึง

หลังเสียงอึกทึกโหวกเหวกใน AGM 2017 แฟน ๆ กันเนอร์ส กลับบ้านด้วยหัวใจวังเวง - อีกครั้ง

 

ข้อมูล : www.arsenal.com, www.theguardian.com, www.arsenalsupporterstrust.org, www.dailymail.co.uk

หรือ
เพื่อแสดงความคิดเห็น